|
วุ้นตาเสื่อมมีอันตรายหรือไม่ และ อาการของวุ้นตาเสื่อม
โดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา "APCO" แอปโก้ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย
การเกิดน้ำวุ้นตาเสื่อมมีอันตรายหรือไม่
โดยทั่วไปเมื่อคนเราอายุมากขึ้นและเข้าสูวัยกลางคน น้ำวุ้นตาจะมีการหดตัวและหน้าตัวเป็นจุดหรือเป็นเส้นภายในลูกตาการหดตัวของน้ำวุ้นจะทำให้น้ำวุ้นตาแยกห่างออกจากจอประสาทตา รวมกันเป็นกลุ่มก้อนที่มี ลักษณะทึบแสง ทำให้เห็นเป็นเงาเกิดขึ้น ถ้าการหดตัวนี้มีแรงดึงมาก อาจเกิดการดึงรั้งจอประสาทตาจนเกิดการฉีกขาด หรือเส้นตาที่จอประสาทตาฉีกตาขาดจนมีเลือดออกในน้ำวุ้นตาได้ อาจมีกาหลุดลอกของจอประสาทตาตามมา ทำให้การมองเห็นในตำแหน่งที่จอประสาทตาหลุดลอกมืดไป และถ้าทิ้งไว้นานจอประสาทตาบริเวณนั้นจะตาย ทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร และมักจะลุกลามจนทำให้ตาบอดได้
ภูมิสมดุลกับการป้องกันจอประสาทตาเสื่อม
อาการจอประสาทตาเสื่อม เกิดจากมีสารสีเหลืองที่ประกอบด้วยไขมัน และโปรตีนเกาะอยู่ใต้จอประสาทตา หากมีน้อยไม่มีปัญหา ถ้ามีมากและเป็นวงกว้างขึ้นก็จะทำให้มองภาพไม่ชัด และเมื่อมีการรวมตัวกันของสารเหล่านี้มาก ก็จะทำให้จอประสาทตาเสื่อมมากขึ้นตามด้วย อาการของจอประสาทตาเสื่อมที่เกิดขึ้นมี 2 ประเภท
อาการของจอประสาทตาเสื่อมมี 2 ประเภท
- ชนิดแห้ง (Dry Age-retated Macular Degeneration) มีการเสื่อมสลายและบางลงของจุดกลางการรับภาพจอประสาทตา แต่ไม่มีเลือดไหลออกจากเส้นเลือดหลังจอประสาทตา ความสามารถในการมองเห็นลดลง
- ชนิดเปียก (Wet Age-related Macutar Degeneration) มีเส้นเลือดผิดปกติงอกอยู่ใต้จอประสาทตา และมีเลือดไหลออกมา ทำให้การมองเห็นบิดเบี้ยว มืดดำตรงกลาง และตาบอดในที่สุด
ภูมิสมดุลกับการถนอมดวงตา
นักวิจัยในอังกฤษและอเมริกา พบว่า Interleukin 18 (IL18) ซึ่งส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน สามารถใช้เป็นยาฉีดเข้าเส้นเพื่อระงับและหยุดการไหลออกของเลือดจากเส้นเลือดหลังจอประสาทตาเสื่อม ป้องกันตาบอดได้
คณะวิจัย Operation BIM พบว่าในน้ำเลี้ยงเซลเม็ดเลือดขาวที่แยกได้จากอาสาสมัครที่ดื่มน้ำมังคุดสกัดเข้มข้น (APCOessence วันละ 200 มล.) ต่อเนื่องกัน 15 วัน มีสาร IL18 สูงกว่าอาสาสมัครที่ไม่ได้ดื่มน้ำมังคุดฺ (APCOessence) 50% ดังนั้น น้ำมังคุด จึงสามารถถนอมดวงตา ไม่ให้สูญเสียการมองเห็นจากอาการจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก (Wet Age-related Macular Degeneration) ได้
ภาวะความเสื่องของจอประสาทตาเสื่อม และ น้ำวุ้นในตาเสื่อม
- ทำงานอยู่หน้าจอคอมฯ เป็นประจำ
- อยู่กับสื่ออนไลน์ มากกว่า 3 ชม.เป็นประจำ
- ทำงานหรือทำกิจวัตร์ประจำวันกลางแดดแรงเป็นประจำ
- สูบบุหรี่
- โรคเบาหวาน
- ทานผักและผลไม้น้อย
- ผู้สูงอายุ 40 ปี ขึ้นไป
7 โรคตาที่ควรรู้
- จอประสาทตาเสื่อม จุดรับภาพตรงกลางมีความเสื่อม ทำให้การมองเห็นไม่มีความคมชัด
- น้ำวุ้นในตาเสื่อม วุ้นตาเป็นส่วนประกอบของลูกตาเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนวุ้นตาจะเสื่อม มองเห็นเป็นจุด หรือมีเส้นสีดำคล้ายหยากไย่ลอยไปมา เวลามองท้องฟ้าจะเห็นแสงไฟวาบขึ้นมาในที่มืด
- ต้อกระจก (Cataract) อาการตามัว มองไม่ชัดในที่มีแสดงจ้า มีฝ้าขาวกลางรูม่านตา
- ต้อลม (Pinguecular) มีอาการระคายเคืองตาเหลืองข้างตาดำ ทำให้ดวงตาเป็นเยื่อสีขาว ระคายเคืองตาได้ง่าย สาเหตุมาจาก ลม ฝุ่น ควัน และแสงแดดจ้า เกินไป
- ต้อเนื้อ (Pterygium) ทำให้ตามัว ระคายเคืองตา น้ำตาไหล ตาแดง คันตา
- ต้อหิน (Gtaucoma) เกิดจากเส้นประสาทที่เชื่อมตากับสมองถูกทำลาย ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ปกติ จนตาบอดได้
- เบาหวานขึ้นตา พบในผู้ป่วยเบาหวาน เป็นโรคแทรกซ้อนทางตา ทำให้จอประสาทตาเสื่อมสูญเสียการมองเห็น

http://www.bim100-th17.com/operation-bim-th17/article-eye.html
|